Hustle Culture หรือ “วัฒนธรรมคลั่งงาน” ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ต้องแลกมาด้วยกันทำงานหนักหน่วง ยอมอดนอน ยอมกินอาหารขยะ ยอมละทิ้งความสัมพันธ์และครอบครัวเพียงเพื่อไขว่คว้าหน้าที่และการงาน การไม่มีขอบเขตชีวิตส่วนตัว: งานแทรกเข้ามาในเวลาพักผ่อนและครอบครัว ผลกระทบต่อสุขภาพ: นำไปสู่ภาวะ Burnout, ความเครียดเรื้อรัง และโรคซึมเศร้า

แต่ผู้เขียนเองเริ่มเรียนพุทธศาสนาแบบจริงจังในปี 2564 คือช่วงปี 2021 ช่วงโควิด Covid-2019 โควิดเกิดก่อน แล้วเริ่มผ่อนปรนให้เดินทางได้ในช่วงนั้น โควิด-19 เริ่มต้นในประเทศไทยเมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) ผู้เขียนเริ่ม อบรมโค้ชฟุตบอลปีนี้พอดี ช่วงเดือน กุมภาพันธ์ พออบรมจบ ก็ ล็อกดาวน์ในอีกไม่กี่วันต่อมา
หลังจากเริ่มเรียนพุทธศาสนาไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่ปี 2564 ก็เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในชีวิตจริง ๆ — โดยเฉพาะเรื่อง การจัดสรรเวลา ที่ดีขึ้น มีสติในการใช้เวลา: เริ่มรู้ว่าอะไรสำคัญ อะไรควรพัก ไม่ปล่อยให้เวลาหายไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็น โครงสร้างที่เอาสติเป็นแกนกลาง แล้วแตกออกไปเป็นงาน ครอบครัว การเรียนรู้ สุขภาพ และการพักผ่อน
การเรียนรู้: ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลก
การศึกษาธรรมะและการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ คือการเพิ่มพูนปัญญา คำสอน “ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลก” ย้ำว่าการใช้เวลาเพื่อเรียนรู้คือการสร้างความมั่นคงทางใจและทางชีวิต
สุขภาพ: ทรัพย์อันประเสริฐ
สุขภาพดีคือพื้นฐานของทุกสิ่ง พระพุทธเจ้าตรัสว่า “สุขภาพดีคือทรัพย์อันประเสริฐ” การพักผ่อน ออกกำลังกาย และกินอาหารที่ดีคือการจัดสรรเวลาที่ไม่ควรมองข้าม
การพักผ่อน: ความสงบคือความสุขแท้จริง
การใช้เวลาพักผ่อน ไม่ว่าจะฟังเพลง อยู่กับธรรมชาติ หรือทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย คือการคืนพลังให้ชีวิต คำสอน “ความสงบคือความสุขแท้จริง” เตือนให้เราเห็นคุณค่าของการหยุดพัก
สรุป
การจัดสรรเวลาแบบพุทธคือการใช้ สติเป็นศูนย์กลาง เชื่อมโยงงาน ครอบครัว การเรียนรู้ สุขภาพ และการพักผ่อนเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างสมดุลชีวิตที่มีคุณค่าและความสุขอย่างแท้จริง